เทรนด์ลดน้ำหนักสุดฮิตประจำปี 2016

เทรนด์ลดน้ำหนักสุดฮิตประจำปี 2016

Studio shot of a young caucasian fit female wearing big jeans after diet

เชื่อว่าหลายคนมี New Year Resolutions หรือปณิธานปีใหม่ ความตั้งใจที่อยากจะทำในปีใหม่เอาไว้หลายข้อ และข้อหนึ่งก็ต้องมี “ลดน้ำหนัก” หรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพแน่นอน เพราะคุณรู้ตัวดีว่าปีที่ผ่านมาคุณละเลยกับสุขภาพของตัวเองมากแค่ไหนครบปี 2016 นี้แล้ว เรามาส่องเทรนด์สุขภาพกันดีกว่าว่า มีวิธีลดน้ำหนักอะไรเด็ดๆ โดนๆ ในปีนี้ให้เราทำตามกันบ้าง

เทรนด์มาแรงปีนี้ในบ้านเราไม่น่าจะหนีพ้นเทรนด์วิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิ่งเพื่อการกุศล ระยะตั้งแต่ 5 กิโลเมตร ไปจนถึง 10 กิโลเมตร และระดับมาราธอน หรือไตรกีฬากันเลยทีเดียว หลายคนหลงเสน่ห์การวิ่งจนกลายเป็นนักวิ่งตัวยง ลงวิ่งทุกงาน มีเหรียญเต็มบ้าน ได้ออกกำลังกาย ได้เจอเพื่อนระหว่างทาง ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ และบางครั้งก็ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น เพราะแบบนี้แหละเทรรนด์วิ่งเลยยังคงมาแรงไม่แพ้การออกกำลังกายแบบอื่นๆ เลย และน่าจะยังคงวิ่งกันต่อไปเรื่อยๆ ด้วย (บางคนไปลงวิ่งที่ต่างประเทศเลยก็มี)
ธุรกิจอาหารคลีนเดลิเวอรี่ หรือแบบที่ส่งข้าวกล่องให้ถึงที่บ้านและที่ทำงาน กำลังเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก และใส่ใจในสุขภาพ ลดการทานหวาน ทานเค็ม และการปรุงรสที่มากเกินไป รวมไปถึงเน้นผักผลไม้ มากกว่าเนื้อสัตว์ แต่สิ่งเดียวที่ลำบากสำหรับเขาเหล่านี้ คือการเตรียมอาหารเองทุกวัน นอกจากไม่มีเวลาแล้ว วัตถุดิบยังอาจราคาแพง หรือเบื่อเมนูอาหารคลีนแบบเดิมๆ ธุรกิจอาหารคลีนจึงเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมการทานอาหารคลีนให้มีความสะดวก รวดเร็ว และมีตัวเลือกในการทานมากยิ่งขึ้น

ทั้งเมนูที่หลากหลาย ความรวดเร็วในการส่งอาหาร และความสะดวกในการเปิดกล่องทานได้เลยโดยไม่ต้องลงมือทำเอง หาสูตรเองข้อนี้หลายคนคงทราบดี ว่าการหิวตอนดึกมันเป็นช่วงเวที่ทรมาน นอกจากจะหาอะไรทานยากกว่าเดิมแล้ว ยังเป็นบ่อเกิดแห่งปัญหาความอ้วนจากมื้ออาหารที่เกินความจำเป็นดีๆ นี่เอง ถ้าไม่มีความจำเป็นมากจริงๆ ควรรีบสะสางงานให้เสร็จตั้งแต่ตอนกลางวัน อย่าทานอาหารเย็นดึกเกินไป และรีบนอนหลังทานอาหารเย็น 4 ชั่วโมง จะได้ไม่ต้องหิวจนต้องลุกขึ้นมาค้นหาอาหารทานในยามวิกาล รับรองว่าเคล็ดลับง่ายๆ ข้อนี้ ช่วยเหลือใครต่อใครมาได้นักต่อนักแล้วล่ะแต่ละวิธีเป็นวิธีที่หลายคนทราบดีอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ได้ ลองตั้งปณิธานปีใหม่อีกสักครั้งด้วยวิธีเหล่านี้ เราเชื่อว่าหากทำได้ 2-3 ข้อในนี้ ก็ช่วยให้คุณลดน้ำหนักลงได้อย่างปลอดภัยและถาวรแน่นอนค่ะ

เวลาใดบ้าง?! ที่ไม่สมควรจะไปวัด

เวลาใดบ้าง?! ที่ไม่สมควรจะไปวัด

28
มีอีกข้อหนึ่งที่ศาสนิกชนเช่นเรา ๆ ควรทราบว่ามีบางวันเวลาที่ไม่สมควรจะไปวัดซึ่งในที่นี้หมายถึงช่วงเวลา “กลางวันบางช่วง” เท่านั้น เนื่องจากพระภิกษุในวัดท่านจะมีกิจที่ต้องทำซึ่งเป็นกิจของสงฆ์โดยเฉพาะ ถ้าเราไปวัดในวันและเวลาดังกล่าวแล้วก็จะไม่มีโอกาสไปทำบุญหรือพูดคุยได้สะดวกและอาจเป็นการรบกวนท่านอีกด้วย วันโกนคือ วันที่พระท่านต้องทำกิจคือ โกนผม โกนหนวด ตัดเล็บ ปฏิบัติตามกฎของท่านที่จะไว้ผมยาวได้ไม่เกิน 2 เดือน หรือ 2 นิ้ว ไม่ไว้หนวดเครา ไม่ไว้เล็บยาว ไม่ให้ขนจมูกยาวเป็นต้น ซึ่งวันโกนนับง่ายๆว่า เป็นวัน “ก่อนหน้าวันพระ 1 วัน” คือวันขึ้น 7 ค่ำกับวันแรม 7 ค่ำ และ วันขึ้น 14 ค่ำ กับแรม 14 ค่ำ หรือไม่ก็ตรงกับ แรม 13 ค่ำถ้าเป็นเดือนขาด ซึ่งช่วงเวลากลางวันของวันนี้ยังไม่ควรไปรบกวนท่าน
ไปวัดในวันสวดปาติโมกข์

กิจของพระอีกอย่างหนึ่งคือทุกครึ่งเดือน (วันที่ 15 หรือวันที่ 30,31) พระท่านจะต้องลงโบสถ์ฟังสวดปาติโมกข์ซึ่งเป็นการฟังการสาธยายทบทวนศีล 227 ข้อที่พระพุทธองค์ทรงประทานไว้ให้ในวันมาฆบูชานั่นเอง ช่วงเวลากลางวันในวันนี้ก็ไม่สมควรจะไปวัด เพราะท่านต้องทำกิจสำคัญอันเป็นการรบกวนท่านช่วงเวลาบ่ายแก่ ๆประมาณ 4-5 โมงเย็นของในแต่ละวัดจะมีกิจที่พระสงฆ์ต้องร่วมกันทำ ซึ่งปกติท่านก็สามารถทำได้ทั้งวันอยู่แล้ว ซึ่งแต่ละวัดอาจไม่เหมือนกันแต่จะมีช่วงเวลาที่ พระภิกษุ สามเณร ไม่เว้นแม้แต่เจ้าอาวาส ท่านจะออกมาร่วมกันกวาดและทำความสะอาดวัดพร้อมกันทั้งหมด นอกจากเป็นการทำความสะอาดให้วัดน่าดูแล้ว ยังเป็นการฝึกฝนขัดเกลาจิตใจของพระท่านอีกทางหนึ่ง ผู้ที่จะไปวัดนั้นควรสอบถามหรือศึกษารายละเอียดข้อปฏิบัติของวัดนั้น ๆจากพระในวัดให้ดีก่อน
ช่วงเวลาที่พระท่านกำลังปฏิบัติธรรม

การไปรบกวนพระสงฆ์ที่ท่านกำลังปฏิบัติธรรมอยู่ก็กลายเป็นบาปได้เช่นกันไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ซึ่งเป็นกันมากในหมู่คนที่ไปทำบุญที่วัดและสำนักปฏิบัติธรรม โดยคิดแต่ประโยชน์ความสะดวกส่วนตนโดยไม่นึกถึงพระ ทั้ง ๆที่พระท่านกำลังปฏิบัติธรรมอยู่ เรื่องนี้มีตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงผลเสียอย่างชัดเจน จากคำบอกเล่าของ หลวงปู่ ดุลย์ อตุโล พระอริยเจ้าสำคัญอีกรูปหนึ่งของเมืองไทย ท่านได้เมตตาบอกกล่าวเอาไว้ว่า….. ครั้งหนึ่งมีลูกศิษย์หลวงปู่ผู้สนใจธรรมปฏิบัติกำลังนั่งภาวนาเงียบอยู่ ไม่ห่างจากท่านเท่าใดนัก บังเอิญมีแขกมาหาลูกศิษย์ผู้นั้นแต่ไม่เห็น ก็มีศิษย์อีกท่านหนึ่งเดินเรียกชื่อท่านผู้กำลังนั่งภาวนาอยู่ด้วยเสียงอันดัง และเมื่อเดินมาเห็นศิษย์ผู้นั้นกำลังภาวนาอยู่ ก็ยังไปจับแขนดึงท่านขึ้นมาทั้งที่ท่านกำลังนั่งภาวนา เมื่อผู้นั้นห่างไปแล้ว หลวงพ่อปู่ดุลย์ ท่านจึงเปรยขึ้นมาว่า

“ในพุทธกาลครั้งก่อน มีพระอรหันต์องค์หนึ่งกำลังเข้านิโรธสมาบัติ ได้มีนกแสกตัวหนึ่งบินโฉบผ่านหน้าท่านพร้อมกับร้อง “แซก” ท่านว่านกแสกตัวนั้นเมื่อตายแล้วได้ไปอยู่ในนรก แม้กัปนี้พระพุทธเจ้าผ่านไปได้พระองค์ที่สี่แล้ว นกแสกตัวนั้นก็ยังไม่ได้ขึ้นมาจากนรกเลย”ซึ่งก็หมายความว่า การที่คนเรานั้นไปขัดขวางการปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์นั้นไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตามจะเป็นบาปอย่างมหันต์โดยที่หลายคนอาจจะไม่รู้ตัว การไปขัดขวางการปฏิบัติธรรมหรืออะไรก็ตาม จริงๆ แล้วต้องดูที่เจตนาเป็นหลัก ดูที่กฎแห่งกรรม ถ้าเป็นกรรมที่ไม่ได้มีเจตนาหรือขาดเจตนาก็อาจจะกลายเป็นอโหสิกรรมได้ดังนั้นควรระมัดระวังตนให้ดีและ รู้จักสำรวมทั้งกาย วาจา ใจ วัดนั้นเป็นสถานที่ที่เราสามารถไปได้บ่อย ๆ ก็จริงแต่อย่างไรก็ตาม วัด ถือเป็นสถานที่ประกอบบุญอันมีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัวของสถานที่อยู่แล้วรวมถึงพระในวัดด้วย เราต้องรู้จักกาลเทศะ คือ รู้ทั้งเวลาและโอกาสอันเหมาะสมจึงจะได้บุญอย่างที่ปรารถนา

นักท่องเที่ยวถูกใจ ชิมแปนซีในสวนสัตว์เมืองจีนอ่านหนังสือ

นักท่องเที่ยวถูกใจ ชิมแปนซีในสวนสัตว์เมืองจีนอ่านหนังสือ

27
วันนี้ (28 ธ.ค.) เว็บไซต์ข่าวประเทศจีนได้เผยแพร่ภาพลิงชิมแปนซี 2 ตัว ใน “Chongqing Wild Animal Park” ถือหนังสือขึ้นมาเปิดดูอย่างระมัดระวัง อีกทั้งยังดูอย่างตั้งอกตั้งใจ ประหนึ่งอ่านเข้าใจ ทำเอานักท่องเที่ยวทั้งถูกใจ ทั้งหัวเราะขบขันกันยกใหญ่

เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้วางหนังสือและนิตยสารประมาณ 2-3 เล่ม ไว้ภายในกรงของเจ้าลิงชิมแปนซี 2 ตัวนี้ แต่ไม่คิดว่าพวกมันจะมีความสนใจจนหยิบขึ้นมาอ่านดู อีกทั้งยังดูด้วยความตั้งอกใจตั้งใจ ถืออย่างระมัดระวังอีกด้วย

โดยเนื้อหาในหนังสือและนิตยสารก็มีทั้งบทความ รูปภาพ ซึ่งนักท่องเที่ยวมองดูแล้วก็อดขำอดหัวเราะกันไม่ได้ อีกทั้งยังอดชมเชยกันไม่ได้อีก จนมีบางคนบอกขนาดลิงยังไม่ยอมล้าหลัง รู้จักพัฒนา แล้วเราล่ะ มีเหตุผลอะไรถึงไม่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน

สาวพิษณุโลกถูกจับที่โอมาน ทางการเร่งช่วยเหลือ

สาวพิษณุโลกถูกจับที่โอมาน ทางการเร่งช่วยเหลือ

26
สาวไทยชาว อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ถูกจับติดคุกที่โอมาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือด่วนสื่อออนไลน์หลายแห่งในจังหวัดพิษณุโลก เผยแพร่จดหมายขอความช่วยเหลือเขียนด้วยลายมือ วอนให้ช่วยเผยแพร่ โดยข้อความในจดหมายดังกล่าว ระบุว่า “ขอความช่วยเหลือ” ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2559 ข้อความในจดหมายแจ้งว่า ผู้เขียนคือ นางสาวรสสุคนธ์ เนียมกลาง อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 14 ต.บ้านดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ที่ได้เดินทางไปประเทศโอมาน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่ายาที่ นางสาวรสสุคนธ์ หรือ “จ๋า” ซึ่งเป็นยารักษาโรคประจำตัวและจ่ายยาโดยโรงพยาบาลพุทธชินราช นั้น มีตัวยาบางตัว เป็นยาต้องห้ามของประเทศโอมาน จึงถูกเจ้าหน้าที่ของโอมานจับ และถูกคุมขังในวันนั้น

แม้ว่าทางบ้านจะพยายามหาทางช่วยเหลือ ส่งเอกสารการรักษาจากโรงพยาบาลส่งให้ทางสถานทูตไทยที่ประเทศโอมาน แต่ก็ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ ระหว่างถูกควบคุมตัวตลอด 2 เดือน “จ๋า” เล่ามาในจดหมายว่า ตนเองไม่ได้กินยาเพื่อรักษาโรคประจำตัวเลย ทำให้อาการเจ็บป่วยเริ่มกำเริบ อีกทั้งยังไม่สามารถสื่อสารกับหมอที่โอมานได้ เพราะพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง นอกจากนี้ เรื่องอาหารก็ได้รับประทานเพียงแค่วันละ 1 มื้อเท่านั้น ลำบากเดือดร้อนมาก จึงต้องการขอความช่วยเหลือด่วน

ทางด้านสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.พิษณุโลก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นได้มีการตรวจสอบข้อมูล ยืนยันว่า “จ๋า” สาวไทย ชาว อ.ชาติตระการ ถูกจับติดคุกที่โอมานเป็นเรื่องจริง และได้รายงานให้หน่วยงานต้นสังกัดทราบเพื่อหาแนวทางช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแล้ว

พาชมงาน หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 13 รถสวยคลาสสิกที่สัมผัสได้

พาชมงาน หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 13 รถสวยคลาสสิกที่สัมผัสได้

25
หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 13 กิจกรรมคาราวานรถโบราณและรถคลาสสิกหวนรำลึกวันวานบนเส้นทางชะอำ-หัวหิน กลับมาอีกเช่นเคย ในช่วงท้ายของทุกปีสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ร่วมกับ โรงแรมเชอราตัน หัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหินและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันจัดงาน หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 13 ในวันที่ 20-22 พฤศจิกายน 2558 สืบทอดความเป็นกิจกรรมชั้นนำที่จัดมาดั้งเดิมเป็นรายแรกกับคาราวานรถโบราณเยือนเมืองหัวหิน เพื่อให้ประชาชนได้สัมผัสรถโบราณ (รถที่ผลิตก่อนปี 1940) รถหลังสงคราม (ผลิต 1941-55) และรถคลาสสิก (รถอายุมากกว่า 25 ปี ที่มีความโดดเด่นเป็นที่ยอมรับของวงการ) อันทรงคุณค่าหาชมได้ยากในทวีปเอเชีย

พร้อมรำลึกถึงบรรยากาศแห่งความสุขของหัวหินในอดีต ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในอำเภอชะอำและหัวหินภายใต้แนวคิด “GREETING THE GATSBY ย้อนสีสันยุคสำราญ” เพื่อระลึกถึงยุค “แกทสบี” ที่หรูหราฟู่ฟ่าในช่วงทศวรรษ 1920 หลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งเป็น “ยุคสำราญ” พร้อมขบวนรถคันงามอันทรงคุณค่า
โดยปีนี้คาราวาน รถโบราณและคลาสสิก จำนวน 62 คัน ของสมาชิกสมาคมรถโบราณฯ ได้เริ่มต้นขบวนจากโรงแรม เดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท มุ่งสู่เมืองหัวหิน โดยระหว่างทางได้จัดกิจกรรมมอบทุนการศึกษา อุปกรณ์การเรียนและของใช้จำเป็นให้แก่โรงเรียนธรรมิกวิทยา จังหวัดเพชรบุรี ในสังกัดมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเยี่ยมชมศูนย์วัฒนธรรมไทยทรงดำ (ลาวโซ่ง) อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีตของชาวลาวโซ่ง

รวมถึงการจัดขบวนพาเหรดผ่านบรรยากาศตัวเมืองหัวหินเพื่อไปเยือน “อุทยานราชภักดิ์” อุทยานประวัติศาสตร์แห่งสมเด็จพระบูรพกษัตริย์ไทย ภายในพื้นที่ของกองทัพบก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งนี้ขบวนรถทั้ง 62 คัน พร้อมรถอำนวยการได้แล่นอย่างสง่างามตามกฎจราจร โดยไม่เกิดการชำรุดจนต้องส่งกลับก่อนเวลาเลยแม้แต่คันเดียว แสดงถึงความพร้อมของการดูแลรักษาสภาพรถและความเข้าใจในรถโบราณของสมาชิกผู้เป็นเจ้าของเป็นอย่างดี

รถเด่นจากวันวานที่ยังเหมือนใหม่ในบรรยากาศงานหัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด 2016.

รถเด่นจากวันวานที่ยังเหมือนใหม่ในบรรยากาศงานหัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด 2016.

24
รุ่นรถเด่นจากวันวานงาน หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 14 ที่ร่วมกิจกรรมคาราวานรถโบราณและรถคลาสสิกครั้งสำคัญบนเส้นทางกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่หัวหิน ซึ่งปีนี้ถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่เช่นเคยภายใต้แนวคิด “กลับบ้าน” (HOMECOMING) สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย โรงแรมเชอราตัน หัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหินและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดงาน หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 14 วันที่ 16-18 ธันวาคม 2559 โดยเป็นกิจกรรมคาราวานรถโบราณและรถคลาสสิกอันทรงคุณค่าหาชมได้ยากในเอเชียที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นรายแรกต่อเนื่องประจำทุกปี และสำหรับปีนี้ถูกจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “กลับหัวหินยามท้องฟ้าสายัณห์ตะวันเลือน” โดยมีรถของสมาชิกสมาคมร่วมกิจกรรมมากมาย รวมถึงรถยนต์ 6 รุ่นเด่นจากอดีตในงานครั้งนี้ที่มีความพิเศษน่าสนใจและยังถูกเก็บรักษาให้คงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดั้งเดิมรวมถึงใช้งานได้ดีเหมือนเช่นวันวานพร้อมบรรยากาศของงาน หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 14 อันเต็มไปด้วยเสน่ห์ท่ามกลางเมืองเก่าและขบวนรถหาชมยากอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก

Ford Model A คันในภาพนี้เป็นรุ่นสี่ประตูเปิดประทุนเฟตัน (Convertible Phaeton) ยังใช้เครื่องยนต์เดิมสี่สูบขนาดใหญ่ประมาณ 3,300 ซี.ซี. มีกำลัง 40 แรงม้า ให้แรงบิดสูงในรอบต่ำตามหลักนิยมของรถอเมริกันเพื่อการวิ่งแช่ความเร็วสูงอย่างยาวนานในภูมิประเทศกว้างใหญ่ ใช้แบตเตอรี่จ่ายไฟจุดระเบิดผ่านจานจ่ายซึ่งเป็นระบบใหม่ในยุคนั้นทดแทนแมกนีโต ระบบส่งกำลัง 3 จังหวะแบบ Sliding Gears ห้ามล้อแบบดุมทั้งสี่ล้อทำงานผ่านแป้นเหยียบควบคุมด้วยสาย มีอุปกรณ์ตกแต่งที่เป็นของพิเศษในยุค 30 ได้แก่ แตรลมไล่ปศุสัตว์ติดตั้งที่หน้าหม้อน้ำ ใช้โคมหน้ารถทำงานด้วยไฟฟ้า ไฟเลี้ยวหน้ารถเป็นระบบไฟกะพริบแบบรถปัจจุบันติดตั้งแทนแบบแขนยกกระดกเลี้ยว (Semaphore) ล้ำสมัยเหนือกว่ารถร่วมสมัยที่ใช้กันทั่วไปอยู่ในขณะนั้นจุดเด่นของการออกแบบอยู่ที่เป็นสไตล์หลังคาแข็งไม่มีเสากลาง (Hardtop coupe, Pillarless) ช่วยให้เส้นสายแนวระนาบดูไหลลื่น โปร่งตา กระจกข้างทั้ง 4 บาน สามารถเลื่อนลงได้ทั้งหมด ภายในหรู แฝงความสปอร์ต เบาะนั่งเป็นหนัง พวงมาลัย 4 ก้าน แผงหน้าปัดรูปทรงทันสมัย ใช้ระบบไฟฟ้าทั้งคัน เครื่องยนต์ วี 8 สูบ หล่อจากอะลูมิเนียมทั้งเสื้อสูบและฝาสูบเหนือกว่าคู่แข่ง มีขนาดความจุ 3,168 ซี.ซี. ให้กำลัง 140 แรงม้า เกียร์ธรรมดาเดินหน้า 4 จังหวะ ทันสมัยที่สุดในยุคนั้นและได้รับคำชมว่าเป็นรถที่มีบุคลิกชัดเจน เย้ายวน บนเรือนร่างกะทัดรัด นับเป็นรถยนต์ที่โดดเด่นมากในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

นอกเหนือจากรถยนต์ทั้ง 6 คันนี้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในจำนวนรถที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์มากที่สุดในประเทศไทยและได้รับการยอมรับกันในวงการที่ได้เข้ามาวิ่งร่วมในคาราวานครั้งนี้แล้ว ยังมีรถโบราณและรถคลาสสิกสภาพสมบูรณ์อีกมากให้ชมกันพร้อมกับบรรยากาศงานหัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 14 ในการ “กลับบ้าน” ครั้งนี้มาให้ชมกันครับ

Google เปิดตัวโปรเจคท์รถยนต์ไร้คนขับใหม่ ในร่างมินิแวนของ Chrysler 100 คันรวด

Google เปิดตัวโปรเจคท์รถยนต์ไร้คนขับใหม่ ในร่างมินิแวนของ Chrysler 100 คันรวด

23
Waymo หรือ Google self-driving car จับมือ Fiat Chrysler Automobiles (FCA) เปิดตัว Chrysler Pacifica Hybrid 2017 รถมินิแวนโปรโตไทป์ไร้คนขับเต็มรูปแบบคันใหม่ 100 คัน เพื่อทดสอบจริงบนถนนสาธารณะปีหน้า
Google self-driving car หรือ Waymo แบรนด์ใหม่สำหรับรถยนต์ไร้คนขับของ Google ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์กลุ่ม FCA (Fiat Chrysler Automobiles) เผยโฉม Chrysler Pacifica Hybrid รถมินิแวนโปรโตไทป์ไร้คนขับเต็มรูปแบบซึ่งผลิตขึ้นทั้งหมด 100 คัน และจะเริ่มวิ่งทดสอบจริงร่วมกับรถยนต์ไร้คนขับอื่น ๆ ของ Wayno บนถนนสาธารณะกันในช่วงต้นปี 2017

รถยนต์ไร้คนขับใหม่ของ Waymo (Google self-driving car) ที่เป็น Chrysler Pacifica Hybrid 2017 ทั้ง 100 คัน นี้เป็นการร่วมมือกันครั้งแรกระหว่างวิศวกรของกลุ่ม FCA และ Waymo เพื่อพัฒนารถยนต์ไร้คนขับเต็มรูปแบบสำหรับอนาคต โดยเป็นการนำเอา Chrysler Pacifica Hybrid 2017 รถมินิแวนของกลุ่ม FCA ที่มีจำหน่ายตามปกติในอเมริกามาปรับแต่งให้ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ติดตั้งเซ็นเซอร์รอบคัน รวมไปถึงระบบการสื่อสารสองทางระหว่างรถยนต์และศูนย์บริการสารสนเทศจราจรที่เรียกว่า เทเลเมติกส์ (Telematics) เป็นต้น ซึ่งทำให้ขั้นตอนการพัฒนาทั้งหมดของรถโปรโตไทป์รุ่นใหม่นี้ใช้ระยะเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น

การร่วมมือระหว่าง Waymo กับกลุ่ม FCA ในครั้งนี้เป็นการเพิ่มศักยภาพในการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับเพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันกับคู่แข่งสำคัญอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมยานยนต์ได้อย่างแข็งแกร่งและรวดเร็วมากขึ้น ทั้งนี้รถยนต์ไร้คนขับมีความสำคัญอย่างมากสำหรับอนาคตและจะช่วยลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วโลกในแต่ละปีที่มีจำนวนสูงถึง 1.2 ล้านคนได้ ซึ่ง 94% เกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์แทบทั้งสิ้นไม่เพียงแต่กลุ่ม FCA เท่านั้น ที่ร่วมมือกับ Waymo ล่าสุด Honda ผู้ผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่นก็ได้มีการเข้าเจรจาเพื่อพัฒนารถยนต์ไร้คนขับสำหรับอนาคตกับเค้าด้วยอีกหนึ่งราย

CAT เปิดไอเดีย “Networking and System in Data Center and Management”

CAT เปิดไอเดีย “Networking and System in Data Center and Management” ให้ลูกค้าเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบน Data Center ได้คุ้มค่ากว่าที่คิด

22

CAT จัดกิจกรรม “Click! CAT” ที่ลูกค้าชื่นชอบอีกครั้ง โดยจับเทรนด์ไอทีที่สำคัญมาจัดการอบรมให้กับผู้บริหารด้านไอทีขององค์กรธุรกิจชั้นนำ ด้วยเล็งเห็นความสำคัญของการเพิ่มศักยภาพความรู้ ให้กับลูกค้าซึ่งเป็นบุคลากรที่ดูแลระบบไอทีองค์กร ให้มีความรู้ความสามารถทันกับกระแสโลกไอที ในหลักสูตร “Networking and System in Data Center and Management”เมื่อเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ฝึกอบรม CAT Telecom นนทบุรี

ระบบไอทีภายในหน่วยงานทั้งในส่วนที่เป็นระบบเครื่องแม่ข่าย ส่วนอุปกรณ์เครือข่ายและระบบทุกระบบแม้ว่าจะมีการออกแบบให้รองรับการใช้งานได้ตลอดเวลา แต่หากเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติขึ้นที่ทำให้ระบบไอทีไม่สามารถใช้งานได้จะส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงาน ดังนั้น การเตรียมการเพื่อให้ระบบมีความพร้อมในการใช้งานสูง จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ผู้ดูแลระบบจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในระบบและสามารถบริหารจัดการให้ระบบมีความพร้อมตลอดเวลาแม้ในขณะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติหลักสูตรนี้จึงเน้นให้ผู้ดูแลเครือข่าย ผู้ดูแลระบบ ได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติด้านระบบเครือข่ายที่มีความพร้อมในการใช้งานสูง (High Availability Networking) ระบบให้บริการที่มีความพร้อมในการใช้งานสูง (High Availability System) และการบริหารจัดการศูนย์ข้อมูล (Data Center Management) โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก CAT ที่เป็นวิศวกร และโปรแกรมเมอร์ จำนวน 4 ท่าน คือ คุณศุภชัย จตุรพรม (CCNA, Security+CE, VCP5-DCV) คุณกฤชพันธุ์ เที่ยงจิตต์ (ITPE-IP, ITIL, CDCP) คุณปริญญา ธรรมถาวรสกุล (MTCNA, CCNSP) และคุณ พสธร ยิ่งเจริญรัตน์ (ITPE) มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และแลกเปลี่ยนความรู้ในเชิงปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง ทำให้ผู้ผ่านการอบรมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อให้ระบบไอทีภายในหน่วยงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าครั้งนี้ CAT ได้รับการตอบรับจากผู้บริหารด้านไอทีในหลากหลายองค์กรเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก และนี่เป็นส่วนหนึ่งของความประทับใจจากผู้เข้าร่วมอบรม
สำหรับการใช้บริการของ CAT ด้วย สวทช. เป็นหน่วยงานวิจัยที่มีพนักงานประมาณ 2,000 คน มีการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งต้องมีการสืบค้นฐานข้อมูล แลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ ฉะนั้นลิงค์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อจำเป็นต้องมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมายอมรับเลยว่าลิงค์ CAT จัดเป็นอันดับหนึ่งที่มีความเสถียรมาก”

เจสซี่ ขอโทษ เสี่ยชัช เปิดการ์ดรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หลังโมโหอีกฝ่ายจะเลิกช่วยเหลือ

เจสซี่ ขอโทษ เสี่ยชัช เปิดการ์ดรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หลังโมโหอีกฝ่ายจะเลิกช่วยเหลือ

21
เจสซี่ วาร์ด ยอมรับ เสี่ยชัช คอยช่วยเหลือมาตลอด พร้อมกล่าวขอโทษที่โพสต์เหมือนถูกบังคับให้มีอะไรแลกเปลี่ยน เผยทำด้วยอารมณ์ชั่ววูบ รู้เท่าไม่ถึงการณ์กลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อ เจสซี่ วาร์ด นางแบบเซ็กซี่คนดัง ที่กำลังมีเรื่องดราม่าออกมาโพสต์ภาพแชทไลน์ที่คุยกับ เสี่ยชัช ผู้ที่คอยดูแลช่วยเหลือครอบครัวตั้งแต่เกิดเรื่องโดนโกง คล้ายกับอีกฝ่ายต้องการอะไรแลกเปลี่ยนจากการช่วยเหลือครั้งนี้ จนฝ่ายเสี่ยชัชทนไม่ไหวออกมาลั่นว่าจะเลิกช่วยเหลือต่อจากนี้ และยังบอกด้วยว่าเอาเงินที่ช่วยเหลือไปซื้ออาหารให้หมาให้แมวจรจัดได้หลายคันรถสิบล้อ

ล่าสุด (28 ธันวาคม 2559) เจสซี่ ได้โพสต์ข้อความขอโทษแล้ว โดยระบุว่า ก่อนอื่นเจสซี่ขอขอบคุณ..พี่ชัชที่ให้ความช่วยเหลือพ่อและน้องชายของเจสซี่ ตั้งแต่เริ่มต้นทั้ง ๆ ที่ไม่เคยรู้จักครอบครัวเจสซี่ ตลอดจนคดีความที่มีปัญหาอยู่..การประกันตัวชั้นศาลในแต่ละครั้ง..ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปสู้คดีอีกหลายครั้ง ซึ่งที่ผ่านมาสามารถนำทรัพย์สินกลับมาคืนได้ส่วนหนึ่งประมาณ 3 คันรถสิบล้อ ซึ่งเจสซี่..คิดว่าจะไม่ได้คืนแล้วด้วยซ้ำ แถมพี่ชัชยังช่วยจ่ายค่าที่พักอาศัยแก่พ่อและน้องทุกเดือนพร้อมค่าใช้จ่ายรายเดือนตั้งแต่แรกเจอพ่อของเจสซี่ ตลอดจนค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลาเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา

เจสซี่ต้องขอโทษพี่ชัช เรื่องที่แอบอ้างว่า..พี่ชัชช่วยเหลือแล้วต้องมีอะไรแลกเปลี่ยน…ที่เจสโพสต์ลงในเฟซบุ๊กของตัวเอง ซึ่งเจสไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด จับประเด็นบางส่วนมาลงเพื่อให้พี่ชัชเกิดความเสียหาย เนื่องจากพี่ชัชได้ตักเตือนการใช้วาจาและข้อความไม่สุภาพ พอรู้ว่าพี่ชัชจะยกเลิกการช่วยเหลือทั้งหมด ทำให้เจสเกิดความไม่พอใจ ด้วยอารมณ์ชั่ววูบและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงโพสต์ข้อความที่พี่ชัชให้ความช่วยเหลือแล้วต้องมีอะไรแลกเปลี่ยน ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เจสต้องขอโทษพี่ชัชและผู้ที่ติดตามข่าวของเจสทุกคนด้วย..เจสยอมรับและน้อมรับผลต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น และขอโทษพ่อด้วยที่ทำให้พ่อเสียหายกับการกระทำของเจสซี่ด้วย….เจสซี่ฝากแชร์ต่อด้วยทุกเรื่องที่เกิดขึ้นเจสซี่ยอมรับผิด

มาฟัง ชูวิทย์ เปิดใจแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ถามตรง ตอบตรง..เคยมีอะไรกับผู้ชายในคุกไหม

มาฟัง ชูวิทย์ เปิดใจแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ถามตรง ตอบตรง..เคยมีอะไรกับผู้ชายในคุกไหม

20
ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เปิดใจชีวิตในคุกสด ๆ ผ่าน Facebook Live กับคำถามแรง “เคยมีอะไรกับผู้ชายในคุกไหม” พร้อมกับคำตอบตรงชัดเจนที่แรงไม่แพ้กันหลังจากมีข่าวว่า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้รับอิสรภาพออกจากเรือนจำ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2559 ซึ่งหลายคนต่างจับตามองว่าผู้ชายคนนี้มีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้างและสิ่งที่พลาดไม่ได้ก็คือเรื่องราวชีวิตในเรือนจำเกือบ 1 ปี ที่ล่าสุด (26 ธันวาคม 2559) เพจเฟซบุ๊ก Woody ได้เผยแพร่การสัมภาษณ์สดของ นายชูวิทย์มา โดยมี วู้ดดี้ มิลินทจินดา รับหน้าที่เป็นพิธีกร

ทั้งนี้ได้มีการเปิดโอกาสให้ชาวเน็ตสามารถส่งคำถามกันมาได้ตลอด เรียกได้ว่าการสัมภาษณ์เป็นไปแบบถามตรง ตอบตรง อย่างเช่นคำถามที่ “อยู่ในคุกต้องช่วยตัวเองไหม” ก็ได้รับคำตอบว่า.. “เล่นตัวเองมานานเป็นปี ถ้าไม่ช่วยตัวเองจะให้ใครช่วย และในนั้นก็ไม่มีเรื่องอะไรให้น่าอภิรมย์หรอก มือถือก็ไม่มี บางทีก็ใช้จินตนาการ ใช้มือทั้ง 5 และแมกกาซีนก็สำคัญมาก เวลาจะทำอะไรคนก็เห็นหมด เวลาจะไปช่วยตัวเองเขาจะบอกว่า ไปเที่ยว นักโทษด้วยกันจะรู้ หนังสือโป๊ก็ซื้อไม่ได้เพราะมันผิดระเบียบ ถ้าจะมีก็มีของคนก่อน ๆ ที่ทิ้งเอาไว้ โบราณมาก” ชูวิทย์ กล่าว

วู้ดดี้ ยังถามต่อว่า เคยมีอะไรกับผู้ชายในคุกไหม ซึ่ง ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ตอบว่า ไม่มี ไม่มีใครอยากมามีอะไรกับตนหรอก เพราะแก่แล้ว แต่หากถามว่าคนอื่นมีไหม ยอมรับว่ามี ซึ่งศัพท์ในคุกเรียกว่า ผีผ้าห่ม ต้องใช้ผ้าห่มคลุมเพราะในคุกมีนักโทษขังรวมกันกว่า 50 คน รวมทั้งยังมีคนนอนไหลตายแล้วเจ้าหน้าที่มาเก็บไม่ทัน ต้องนอนกับคนตายเป็นเวลา 2 วัน ก็มีมาแล้ว ดังนั้นเรื่องผู้ชายมีอะไรกันในคุกเป็นเรื่องธรรมชาติ ธรรมดาเลยนอกจากนี้ยังมีคำถามอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ เรื่องน้ำหนักที่ดูลดลง, เรื่องของใช้ในคุก, เรื่องรอยสัก รวมทั้งข้อความให้กำลังใจมากมาย ส่วนใครที่อยากดูแบบเต็ม ๆ ไปดูคลิปข้างล่างนี้กันเลย