ชังกย็องกุง หรือ พระราชวังชังกย็อง (Changgyeonggung Palace, 창경궁) นับว่าเป็นพระราชวังที่ติดอันดับ 1 ใน 5 พระราชวังที่สำคัญที่สุดในเกาหลี เนื่องจากเป็นที่ประทับในช่วงปลายรัชสมัยของกษัตริย์เกาหลีถึง 10 รัชกาล มีความงดงามตามแบบสถาปัตยกรรมเกาหลีแท้ ตั้งอยู่บริเวณใจกลางกรุงโซลของประเทศเกาหลีใต้ เดิมทีนั้นได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อนกษัตริย์ในราชวงศ์โครยอ จึงทำให้มีบริเวณกว้างขวาง ห้อมล้อมไปด้วยสวนขนาดใหญ่ที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง จนกระทั่งพระเจ้าเชจง (ค.ศ. 1418 – 1450)ได้มีดำหริจะสร้างพระราชวังสำหรับพระเจ้าแทจงหลังจากการสละราชบัลลังค์ ในปีค.ศ 1469-1494 รัชสมัยพระเจ้าซองจงได้มีการบูรณะซ่อมแซมพระราชวังและขยายอาณาบริเวณให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนชื่อเป็นพระราชวังชังกย็องอีกด้วย หลังจากนั้นในยุคล่าอาณานิคมของญี่ปุ่นได้มีการสร้างสวนพฤกษศาสตร์, สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์ แต่ภายหลังได้มีการย้ายสวนสัตว์ออกไปคงไว้แค่พิพิธภัณฑ์ และสวนพฤษศาสตร์เท่านั้น

สะพานหินโค้ง อกช็องกโย (Okcheongyo Bridge) ถือเป็นจุดถ่ายภาพที่ได้รับความนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก จากความงดงามและความเก่าแก่โดยมีการสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1483 ความกว้าง 6.6 เมตร ความยาว 9.9 เมตร และมีการรองรับด้วยเสารูปโค้ง 2 ต้น

1. Honghwamun Gate : Honghwamun ประตูหลักของพระราชวังชังกย็อง ซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเหมือนกับห้องโถง Myeongjeongjeon ซึ่งเป็นอาคารหลักของพระราชวัง
2. Okcheongyo Bridge : สะพานที่สร้างจากหินที่เชื่อมทุกห้องโถงหลักของพระราชวัง โดยทางตรงกลางสะพานจะถูกยกขึ้นสำหรับการเดินของกษัตริย์
3. Myeongjeongmun Gate : ศาลาหน้าจั่ว หลังคาทรงปั้นหยา อยู่ตรงศูนย์กลางของทิศตะวันออก
4. Myeongjeongjeon Hall : สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1484 ในรัชสมัยของพระเจ้าซองจง ในปีค.ศ. 1592 ถูกเผาทำลายระหว่างการรุกรานของญี่ปุ่น และสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1616 รัชสมัยของพระเจ้า Gwanghaegun ทำให้แตกต่างกับอีกสองห้องโถง
5. Munjeongjeon Hall : อาคารหลังนี้ทำการเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1986 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการฟื้นฟูบูรณะพระราชวังของเกาหลี
6. Sungmundang Hall : ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1830 ปีที่ 30 ของพระเจ้าซุนโจ เพื่อที่แทนถูกไฟไหม้ของปีเดียวกัน
7. Binyangmun Gate : ประตู Binyangmun
8. Haminjeong Pavilion : หลังจากที่ห้องโถง Inyangjeon ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1484 ในรัชสมัยของพระเจ้าSeongjong ถูกเผาระหว่างการรุกรานของญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1592 พระเจ้า Injo จึงได้ย้ายไปยังสถานที่ของ Inyangjeon ในปี ค.ศ. 1633 โดยเปลี่ยนชื่อเป็น Haminjeong
9. Gyeongchunjeon Hall : สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1483 ถูกทำลายระหว่างการรุกรานจากญี่ปุ่น ในปี ค.ศ 1592 สร้างขึ้นมาใหม่ แต่ในปีค.ศ. 1616 ถูกไฟไหม้ และสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้งในปีค.ศ. 1830 พระเจ้า Jeongjo และพระเจ้า Heonjong ประสูติที่นี่ในปี ค.ศ. 1834
10. Hwangyeongjeon Hall : พระตำหนักนี้สร้างครั้งแรกในปี ค.ศ. 1484 รัชสมัยของพระเจ้าซองจง ถูกเผาทำลายระหว่างการรุกรานของญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1592 สร้างขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ. 1616 ในรัชสมัยของพระเจ้า Gwanghaegun ถูกไฟไหม้ทำลายลงอีกครั้งในปี ค.ศ. 1830 และทำการสร้างขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อปีค.ศ. 1834
11. Tongmyeongjeon Hall : พระตำหนักหลักสำหรับพักอาศัยของกษัตริย์และเหล่าสมาชิกราชวงศ์ ถูกเผาหลายครั้งนับตั้งแต่ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1484 ในรัชสมัยพระเจ้าซองยองเพื่อสร้างเป็นครั้งสุดท้ายในปี ค.ศ. 1834
12. Yanghwadang Hall : สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1484 หลังจากการถูกทำลายจากการรุกรานของญี่ปุ่นและเหตุจลาจล ก็ได้ทำการสร้างขึ้นอีกครั้งในปี ค.ศ. 1834
13. Yeongchunheon House -Jipbokheon House : บ้าน Yeongchunheon และบ้าน Jipbokheon
14. Wind Streamer pedestal : เชื่อกันว่าได้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1732 ซึ่งเป็นปีที่ 8 ในรัชสมัยของพระเจ้ายอจุง มีช่องด้านบนสามารถใส่ธงเพื่อวัดทิศทางและแรงลมได้
15. King Seongjong’s Taesil Placenta Chamber & Taesilbi Placenter Burial Marker : ศาลเจ้าที่เก็บรกและสายสะดือลูกหลานเหล่าพระราชวงศ์ ถัดจากศาลเจ้าคือแผ่นหินที่จารึกเรื่องราวเกี่ยวกับรกของพระเจ้าซองจง
16. Chundangji Pond : สระน้ำ Chundangji ประกอบด้วยสองบ่อ สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1909 บ่อขนาดเล็กขนาด 1,107 ตารางเมตรและขนาดใหญ่ 6,483 ตารางเมตร รวมทั้งเกาะขนาด 366 ตารางเมตร
17. Octagonal Seven-story Stone Pagoda : เจดีย์หินทรงแปดเหลี่ยม 7 ชั้น
18. Greenhouse : เรือนกระจก อ่านต่อ
19. Gwandeokjeong Pavilion : ศาลา Gwandeokjeong
20. Gwancheondae Observatory : หอสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ ที่มีการติดตั้งเครื่องมือสังเกตการณ์วัตถุท้องฟ้า
21. Seoninmun Gate : ประตู Seoninmun
22. Hamyangmun Gate : ประตู Hamyangmun
23. Gwahangmun Gate : ประตู Gwahangmun
24. Wolgeunmun Gate : ประตู Wolgeunmun
25. Changgyeonggung Place management Office : สำนักงานบริหารงาน Changgyeonggung Place
26. Jipchunmun Gate : ประตู Jipchunmun

การเข้าชม
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ (อายุ 19 – 64 ปี)ราคา 1,000 won
เด็ก (อายุ 7 – 18 ปี) ราคา 500 won
เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี และผู้ใหญ่อายุ 65 ปีขึ้นไปเข้าชมฟรี

กลุ่มตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปต่อคน:
ผู้ใหญ่ (อายุ 19-64 ปี): 800 won
เยาวชน (อายุ 7-18 ปี): 400 won

ค่าเข้าชมแบบแพ็คเกจ 4 พระราชวัง: ผู้ใหญ่ราคา 10,000 won / เด็กราคา 5,000 won
สามารถเข้าชม 4 พระราชวัง ได้แก่ Changdeokgung Palace (รวมสวนลับ Huwon), Changgyeonggung Palace, Deoksugung Palace, Gyeongbokgung Palace) และ Jongmyo Shrine
เวลาเปิด-ปิด: เดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม และ เดือนกันยายน – ตุลาคม 09:00-18:00
เดือนมิถุนายน – สิงหาคม 09:00-18:30
เดือนพฤศจิกายน – มกราคม 09:00-17:30
** บูธจำหน่ายตั๋วจะปิด 1 ชั่วโมงก่อนปิดทำการ **
วันปิดทำการ: ปิดทำการในทุกๆวันจันทร์

วิธีการเดินทาง
สถานีรถไฟใต้ดิน Anguk Station ทางออกที่ 2

Related Posts

การเดินทางในเกาหลี

การเป็นชาวต่างชาติที่ประเทศเกาหลี

ค่าครองชีพ การเป็นชาวต่างชาติที่ประเทศเกาหลี เป็นที่รู้กันดีว่าเกาหลีมีต้นทุนการดำรงชีวิตที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ถ้าคุณใช้เงินเดือน 2,000 บาทคุณสามารถใช้ชีวิตสบาย ๆ โดยใช้จ่ายรายได้ประมาณ 800 เหรียญสหรัฐฯ ค่า Read more…

การเดินทางในเกาหลี

เรื่องน่ารู้ก่อนไป เที่ยวเกาหลี เตรียมตัวเที่ยว

นาทีนี้คงไม่ต้องเอ่ยถึง เที่ยวเกาหลี เพราะการไปเที่ยวเกาหลี (เกาหลีใต้) คืออีก ประเทศและสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิต ที่คนไทยหลายๆ คน ต้องการไปให้ได้สักครั้ง (หรือหลายๆ ครั้ง) สำหรับมือใหม่อยากไปเกาหลี นี่คือ กิจกรรมสุดฮิต เมื่อไปเกาหลีแล้วต้องท Read more…

แนะนำสถานที่ต่างๆในเกาหลี

ช้อปปิ้งย่านเมียงดง – Myeong-dong

ย่านช้อปปิ้งเมียงดง หรือ มยองดง (Myeong-dong) ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซล เป็นย่านช้อปปิ้งที่ฮิตและคักคักที่สุดของกรุงโซล ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 1 ล้านคนต่อวัน อีกทั้งยังสามารถเดินทางได้สะดวก นับว่าเป็นศูนย์กลางของการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒน Read more…